Incheon Strategy Banner

แนวทางปฏิบัติ เพื่อการดำเนินงานที่มี ประสิทธิภาพ : ในระดับชาติ ระดับอนุภูมิภาค และระดับภูมิภาค

ในบทนี้จะกล่าวถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการ ดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวทางเหล่านี้จะช่วยสร้างข้อมูล และสารสนเทศ และเสริมสร้างความร่วมมือในระดับพหุภาคีเพื่อความ ก้าวหน้าอันจะนำไปสู่การตระหนักถึงสิทธิของคนพิการโดยผ่านการ ดำเนินการของยุทธศาสตร์อินชอนในช่วงเวลาของทศวรรษฯ

1. ระดับชาติ

หัวใจของการดำเนินการตามยุทธศาสตร์อินชอน คือ กลไกความร่วมมือ ในระดับชาติด้านคนพิการ โดยมีหน่วยงานที่เชื่อมโยงกันภายในประเทศ

กลไกเหล่านี้ได้ถูกจัดตั้งขึ้นจำนวนมากในช่วงเวลาของทศวรรษคนพิการ แห่งเอเชียและแปซิฟิกทั้งสองทศวรรษ ดังนั้น กลไกเหล่านี้จึงมีความ รับผิดชอบในเบื้องต้นในการประสานและเร่งให้เกิดการดำเนินการตาม ยุทธศาสตร์อินชอนในระดับชาติและระดับภายในประเทศ

ในฐานะของกลไกความร่วมมือในระดับชาติ สำนักงานสถิติแห่งชาติ จะมีบทบาทในการเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการจัดทำข้อมูล พื้นฐานเพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดความก้าวหน้าในการดำเนินการตาม ยุทธศาสตร์อินชอน

กลไกความร่วมมือในระดับชาติด้านคนพิการควรมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(เอ) ขับเคลื่อนหน่วยงานในระดับกระทรวง กรม และสถาบันของรัฐ ในทุกระดับ ภาคประชาสังคม รวมทั้งองค์กรของคนพิการและ องค์กรเพื่อคนพิการ กลุ่มสนับสนุนครอบครัวคนพิการ สถาบัน วิจัย และภาคเอกชน เพื่อการมีส่วนรวมของทุกภาคส่วน ในทุกระดับทั่วประเทศเพื่อการดำเนินการตามยุทธศาสตร์อินชอน

(บี) พัฒนา ตรวจสอบ และรายงานการดำเนินงานตามแผน ปฏิบัติการระดับชาติ เพื่อบรรลุเป้าประสงค์และเป้าหมายของ ยุทธศาสตร์อินชอน

(ซี) แปลยุทธศาสตร์อินชอนเป็นภาษาประจำชาติต่างๆ และประกัน ว่ายุทธศาสตร์อินชอนได้รับการเผยแพร่ในรูปแบบที่คนพิการ ทุกประเภทสามารถเข้าถึงได้ เพื่อการเผยแพร่ที่เข้าถึงทุกภาคส่วน และทุกระดับการปกครอง

(ดี) มีการรณรงค์ในระดับชาติและในระดับที่ต่ำกว่า เช่น การรณรงค์ เรื่องการทำสิทธิให้เป็นจริง เพื่อสร้างการตระหนักรู้ ในตลอด ช่วงเวลาของทศวรรษ เพื่อเสริมสร้างทัศนคติที่ดีต่อคนพิการ

(อี) ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับสถานการณ์คนพิการ เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการวางนโยบาย

คณะทำงานระดับประเทศภายใต้องค์การสหประชาชาติควรสนับสนุน การสร้างและการทำงานของกลไกความร่วมมือระดับชาติตามที่มี ความต้องการ โดยให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการเป็นตัวแทน การประสานและร่วมมือกันเพื่อนำไปสู่การดำเนินการตามยุทธศาสตร์ อินชอน รวมทั้งความร่วมมือในระดับต่ำกว่าระดับประเทศ

 

2. ระดับอนุภูมิภาค

องค์กรภาคส่วนระหว่างรัฐบาลในระดับอนุภูมิภาค เช่น สมาคม ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) องค์กรความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในมหาสมุทรแปซิฟิก และสมาคมความร่วมมือแห่งภูมิภาคเอเชียใต้ มีบทบาทสำคัญในการ เร่งให้เกิดการดำเนินการตามปฏิญญารัฐมนตรีและยุทธศาสตร์อินชอน โดยการส่งเสริมนโยบายและแผนงานที่รวมประเด็นด้านคนพิการ เข้าไว้ในอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

สำนักเลขาธิการ ESCAP ภายใต้การส่งเสริมทศวรรษคนพิการ แห่งเอเชียและแปซิฟิก พ.ศ. 2556 - 2565 จะสนับสนุนความร่วมมือ ภายในอนุภูมิภาคและระหว่างอนุภูมิภาค โดยร่วมมือกับหน่วยงานของ รัฐบาลประเทศต่างๆ ในอนุภูมิภาค การทำเช่นนี้ จะช่วยสนับสนุนการ มีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งจากหน่วยงานระดับอนุภูมิภาคในเอเชีย ตอนเหนือและตอนกลาง เอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ แปซิฟิก เอเชียใต้ และเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ภายใต้การสนับสนุนจาก องค์กรระดับภูมิภาค [15] เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่มีการรวมประเด็น ด้านคนพิการ

 

3. ระดับภูมิภาค

ประเทศสมาชิกและสมาชิกสมทบของ ESCAP ควรหารือกันถึง ความก้าวหน้า ความท้าทายและแนวทางการปฏิบัติที่ดีในการดำเนินการ ตามปฏิญญารัฐมนตรีและยุทธศาสตร์อินชอนในการประชุมสามัญของ คณะกรรมการด้านการพัฒนาสังคมหรือคณะกรรมการชุดอื่นใน ลักษณะเดียวกัน โดยควรสนับสนุนให้ตัวแทนจากองค์กรภาคประชาสังคม เข้าร่วมการประชุมด้วย

จะมีการจัดตั้งคณะทำงานในระดับภูมิภาคภายใต้ทศวรรษคนพิการ แห่งเอเชียและแปซิฟิก พ.ศ. 2556 - 2565 คณะทำงานชุดนี้จะ สนับสนุนการดำเนินงานอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพตลอดทศวรรษ โดยมีหน้าที่หลักคือ ให้คำปรึกษาและสนับสนุนแก่ประเทศสมาชิก และสมาชิกสมทบตามความเหมาะสมเพื่อการดำเนินการในระดับ ภูมิภาคตามปฏิญญารัฐมนตรีและยุทธศาสตร์อินชอน ข้อกำหนดเกี่ยวกับ คณะทำงานฯ อยู่ในภาคผนวก

สำนักเลขาธิการ ESCAP มีหน้าที่ในการดำเนินการตามปฏิญญา รัฐมนตรีและยุทธศาสตร์อินชอนโดยผ่านทางบทบาทในการจัดประชุม ในระดับภูมิภาค งานด้านการวิเคราะห์ และการสนับสนุนด้านเทคนิค แก่รัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานดังต่อไปนี้ซึ่งจะทำร่วมกับหน่วยงาน ของสหประชาชาติ :

(เอ) ให้การสนับสนุนแก่รัฐบาลตามความเหมาะสม ในการทำให้ กฎหมายภายในประเทศสอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิ คนพิการ และส่งเสริมการรณรงค์เรื่อง การทำสิทธิให้เป็นจริง

(บี) ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศสมาชิกและสมาชิก สมทบเกี่ยวกับประสบการณ์ของแต่ละประเทศและแนวทาง การปฏิบัติที่ดีเพื่อการพัฒนาแบบบูรณาการด้านความพิการ และเพื่อการปกป้องและยึดถือสิทธิของคนพิการ รวมทั้งการ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างสภานิติบัญญัติและองค์กร ด้านบริหารของแต่ละประเทศ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ

(ซี) ประเมินความก้าวหน้าและสนับสนุนการปรับปรุงสถิติด้าน ความพิการในระหว่างทศวรรษฯ

(ดี) สนับสนุนประเทศสมาชิกและสมาชิกสมทบในการเสริมสร้าง ศักยภาพเพื่อส่งเสริมการพัฒนาแบบบูรณาการด้านความพิการ

(อี) ดำเนินงานร่วมกับภาคประชาสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กร ของคนพิการและองค์กรเพื่อคนพิการ และจัดเวทีเพื่อการหารือ ร่วมในระดับภูมิภาคระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้น ในฐานะที่เป็นมรดกจากทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก ทศวรรษแรก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการและองค์การที่เป็นตัวแทนคนพิการ และส่งเสริมสังคม บูรณาการ ปลอดอุปสรรค ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการต่อในการ เสริมสร้างศักยภาพคนพิการ และเสริมสร้างความร่วมมือในระดับ พหุภาคี โดยให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ในเรื่องการดำเนินธุรกิจที่เอื้อต่อคนพิการ ซึ่งส่งเสริมผลิตภัณฑ์และ บริการที่คนพิการสามารถเขา้ ถึง โอกาสดา้ นการจา้ งงาน และการพัฒนา ศักยภาพคนพิการในการเป็นเจ้าของกิจการ

กองทุนเพื่อการทำสิทธิให้เป็นจริง ซึ่งจะมีการจัดตั้งขึ้นโดยและมีอยู่ใน สาธารณรัฐเกาหลี จะถูกแนะนำเพื่อใช้ในการดำเนินการตามปฏิญญา รัฐมนตรีว่าด้วยทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก พ.ศ. 2556 - 2565 และยุทธศาสตร์อินชอน

องค์กรภาคประชาสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรของคนพิการ และองค์กรเพื่อคนพิการได้รับการสนับสนุนให้มีส่วนร่วมในการดำเนินการ ตามปฏิญญารัฐมนตรีและยุทธศาสตร์อินชอน และส่งเสริมการ ตอบสนองต่อความปรารถนาและความจำเป็นของคนพิการโดยต่อเนื่อง ตลอดทศวรรษ

------------
15 ศูนย์อบรมเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCICT) เมืองอินชอน สาธารณรัฐเกาหลี; ศูนย์การส่งผ่านเทคโนโลยีแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCTT) กรุงนิวเดลี; สถาบันสถิติ สำหรับเอเชียและแปซิฟิก กรุงโตเกียว; ศูนย์บรรเทาความยากจนโดยใช้การเกษตรแบบยั่งยืน (CAPSA) เมืองโบกอร์ ประเทศอินโดนีเซีย; ศูนย์วิศวกรรมและเครื่องกลเพื่อการเกษตรแห่งเอเชียและแปซิฟิก ภายใต้สหประชาชาติ (UNAPCAEM) กรุงปักกิ่ง