Incheon Strategy Banner

ภูมิหลัง

เอ ภูมิหลัง

การพัฒนายุทธศาสตร์อินชอน เพื่อ “ทำสิทธิให้เป็นจริง” สำหรับ คนพิการในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เกิดจากการที่ได้มีการประกาศ และบังคับใช้ทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิกสองทศวรรษ ติดต่อกัน คือ ทศวรรษแรก พ.ศ. 2536 - 2545 และทศวรรษ ที่สอง พ.ศ. 2546 - 2555 รวมทั้งอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ ซึ่งรับรองโดยที่ประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติ [11] ใน พ.ศ. 2549

การพัฒนายุทธศาสตร์อินชอน เป็นผลที่เกิดจากความร่วมมือของ หลายภาคส่วน เช่น รัฐบาล องค์กรของคนพิการ และองค์กรเพื่อ คนพิการ รวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเกิดจากการสังเกต การใช้ ข้อมูลสะท้อนกลับ และความเข้าใจที่ได้จากการหารือกันในระดับ ภูมิภาค ดังนี้ : การประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญร่วมกับการหารือผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อทบทวนการดำเนินงานตามทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก พ.ศ. 2546 - 2555 กรอบการปฏิบัติงานแห่งสหัสวรรษจาก ทะเลสาบบิวาฯ (กรุงเทพฯ วันที่ 23 - 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553) การประชุมคณะกรรมาธิการ ด้านการพัฒนาสังคม สมัยที่ 2 (กรุงเทพฯ วันที่ 19 - 21 ตุลาคม พ.ศ. 2553) การหารือในระดับภูมิภาคระหว่างผู้เกี่ยวข้องสำหรับการประชุม เจ้าหน้าที่ระดับสูงระหว่างรัฐบาลเพื่อการทบทวนขั้นสุดท้ายของทศวรรษ คนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก พ.ศ. 2546 - 2555 (กรุงเทพฯ วันที่ 14 - 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554) และการประชุมในระดับภูมิภาคเพื่อเตรียม จัดการประชุมเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงระหว่างประเทศเพื่อการ ทบทวนขั้นสุดท้ายของการดำเนินงานตามทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและ แปซิฟิก พ.ศ. 2546 - 2555 (กรุงเทพฯ วันที่ 14 - 16 มีนาคม พ.ศ. 2555)

ข้อเสนอจากรัฐบาลและองค์กรของคนพิการ และองค์กรเพื่อคนพิการ ที่ได้จากการสำรวจด้านความพิการ จัดโดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) ใน พ.ศ. 2554 - 2555 เพื่อการทบทวนขั้นสุดท้ายของทศวรรษคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก พ.ศ. 2546 - 2555 ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญต่อการนำมาใช้พัฒนา ยุทธศาสตร์อินชอน

ยุทธศาสตร์อินชอนไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ซ้ำซ้อนกับกลไกการดำเนินงาน ที่มีอยู่ซึ่งได้ครอบคลุมทุกด้านอยู่แล้ว ทั้งกรอบการปฏิบัติงานแห่ง สหัสวรรษจากทะเลสาบบิวาสู่สังคมบูรณาการ ปลอดจากอุปสรรค และตั้งอยู่บนฐานสิทธิสำหรับคนพิการในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (BMF) และช่วงกึ่งกลางของกรอบการปฏิบัติงานแห่งสหัสวรรษจาก ทะเลสาบบิวา (BMF Plus 5) และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการซึ่งจะ ยังคงยึดถือเป็นกรอบนโยบายที่ครอบคลุมงานด้านคนพิการในภูมิภาค ต่อไป

เช่นเดียวกับเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ [12] เป้าประสงค์และ เป้าหมายของยุทธศาสตร์อินชอน เป็นเป้าหมายที่มีกรอบเวลาในการ ดำเนินงาน เพื่อเร่งให้เกิดการดำเนินงานโดยเน้นที่การบรรลุเป้าประสงค์ และเป้าหมายที่สำคัญของทศวรรษใหม่ของคนพิการแห่งเอเชีย และแปซิฟิก พ.ศ. 2556 - 2565 รวมทั้งจัดให้มีการประเมินความก้าวหน้า ของแต่ละประเทศและเขตการปกครองตนเองในเอเชียและแปซิฟิก

 

บี หลักการและทิศทางของนโยบาย

ยุทธศาสตร์อินชอนใช้หลักการของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ :

(เอ) เคารพในศักดิ์ศรีที่มีมาแต่กำเนิด การอยู่ได้ด้วยตนเอง รวมถึง เสรีภาพในการตัดสินใจเลือกด้วยตนเอง และความเป็นอิสระ ของบุคคล

(บ) การไม่เลือกปฏิบัติ

(ซี) การเข้าไปมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอย่างเต็มที่ และมีประสิทธิผลในสังคม

(ด) การเคารพความแตกต่างและการยอมรับว่าคนพิการเป็นส่วนหนึ่ง ของความหลากหลายของมนุษย์และเป็นส่วนหนึ่งของมนุษยชาติ

(อี) ความเท่าเทียมกันของโอกาส

(เอฟ) ความสามารถในการเข้าถึง

(จ) ความเท่าเทียมกันระหว่างหญิงชาย

(เอช) การเคารพศักยภาพที่เหมาะสมกับวัยของเด็กพิการและการเคารพ สิทธิของเด็กพิการในการที่จะสงวนรักษาอัตลักษณ์แห่งตน

เพื่อเป็นการตระหนักถึงและปกป้องสิทธิของคนพิการในภูมิภาคเอเชีย และแปซิฟิก ยุทธศาสตร์อินชอนให้ความสำคัญกับทิศทางนโยบาย ดังต่อไปนี้ :

(เอ) มาตรการทางกฎหมาย ทางการบริหาร และมาตรการอื่นๆ ที่เอื้อต่อการเข้าถึงและการใช้สิทธิของคนพิการ ได้ถูกยอมรับ ถูกนำมาใช้ นำมาทบทวน และทำให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อขจัดการ เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งความพิการ

(บ) นโยบายและแผนการพัฒนา ได้ให้ความสำคัญกับประเด็น ด้านความพิการและประเด็นด้านเพศสภาพ และส่งเสริมให้มี การรวมประเด็นด้านการออกแบบที่เป็นสากลเข้าไว้ใน การพัฒนาทางเทคโนโลยี เพื่อให้คนพิการสามารถใช้สิทธิ ของตนได้อย่างเต็มที่

(ซ) นโยบายและแผนการพัฒนาให้ความสำคัญกับความต้องการ ขั้นพื้นฐานของคนพิการ และครอบครัวที่มีฐานะยากจน

(ด) มีการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลด้านคนพิการอย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับเวลา โดยแยกตามเพศ เพื่อใช้เป็นรากฐาน ในการวางนโยบาย

(อี) นโยบายและแผนงานระดับชาติ ระดับย่อยภายในประเทศ และ ระดับท้องถิ่นมีรากฐานมาจากแผนต่างๆ ที่ได้รวมประเด็น ด้านคนพิการไว้อย่างชัดเจน และ ให้ความสำคัญกับการมี ส่วนร่วมของคนพิการในกระบวนการตัดสินใจที่เกี่ยวข้อง โดยผ่านทางองค์กรตัวแทน

(เอฟ) มีการสนับสนุนด้านงบประมาณที่จำเป็นให้กับการพัฒนาที่รวม ประเด็นด้านคนพิการเข้าไว้ และมีนโยบายด้านภาษีที่เอื้อต่อ การมีส่วนร่วมของคนพิการ

(จ) หน่วยงาน/กิจการระดับชาติ ระดับอนุภูมิภาค ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทั้งหมด รวมมิติ ด้านคนพิการเข้าไว้ในนโยบายและแผนงานของตน

(เอช) มีความร่วมมือในระดับชาติ ระดับย่อยภายในประเทศ และ ระดับท้องถิ่น ซึ่งมีการเชื่อมโยงไปถึงระดับอนุภูมิภาค และ ระดับภูมิภาค ประกันว่ามีการรวมประเด็นด้านคนพิการ ไว้ในนโยบายและแผนงานด้านการพัฒนาอย่างเข้มแข็ง ผ่านการ หารือและความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เพื่อเร่งและทบทวน การดำเนินงานทศวรรษคนพิการ และเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทาง การปฏิบัติที่ดี

(ไอ) การพัฒนาโดยเน้นชุมชนเป็นหลักและการพัฒนาโดยเน้น ครอบครัวเป็นหลัก ได้รับการสนับสนุนเพื่อเป็นหลักประกันว่า คนพิการทุกคนสามารถมีส่วนร่วมและได้ประโยชน์ อย่างเท่าเทียมกับผู้อื่นจากข้อริเริ่มเพื่อการพัฒนา โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในแผนงานด้านการบรรเทาความยากจน โดยไม่คำนึงถึง สถานะทางเศรษฐสังคม ความเชื่อทางศาสนา ชาติพันธุ์ และถิ่นที่อยู่

(เจ) คนพิการรวมอยู่ในกระแสหลักของวิถีชีวิตในชุมชน และได้รับ การสนับสนุนให้มีอิสระในการตัดสินใจเลือกด้วยตัวเองอย่าง เท่าเทียมกับผู้อื่น รวมทั้งการเลือกที่จะมีวิถีชีวิตอิสระ

(เค) คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อม ทางกายภาพ การขนส่งมวลชน ความรู้ ข้อมูลและสารสนเทศ โดยผ่านการออกแบบที่เป็นสากล และเทคโนโลยีเครื่องช่วยที่ได้ รับการปรับตามความเหมาะสม โดยจำเป็นต้องพิจารณาถึง ประเด็นด้านเศรษฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ภาษาศาสตร์ และ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการเชื่อมต่อ ไปสู่โอกาสในการใช้สิทธิของคนพิการ

(แอล) มีการเสริมพลังให้กับกลุ่มคนพิการที่หลากหลายซึ่งเป็นกลุ่มที่ยัง เสียเปรียบในด้านการมีตัวแทน เช่น เด็กพิการ เยาวชนพิการ สตรีพิการ คนพิการด้านสติปัญญา การเรียนรู้ และพัฒนาการ บุคคลออทิสติก คนพิการทางจิตใจ ทางสังคม คนหูหนวก คนหูตึง และผู้ที่สูญเสียการได้ยินในภายหลัง คนหูหนวกและ ตาบอด คนพิการซ้ำซ้อน คนพิการระดับรุนแรง ผู้สูงอายุพิการ คนพิการที่ติดเชื้อเอช ไอ วี คนพิการที่เกิดจากโรคไม่ติดต่อ คนพิการที่เกิดจากโรคเรื้อน คนพิการที่เกิดจากสภาวะด้านสุขภาพ และโรคลมชักที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา คนพิการที่เกิดจาก อุบัติเหตุบนท้องถนน คนพิการที่เป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมหรือเป็น ชนกลุ่มน้อย คนพิการที่เป็นคนเร่ร่อนหรือขาดแคลนที่อยู่อาศัย คนพิการที่อยู่ในสถานการณ์เสี่ยงรวมทั้งสถานการณ์ความขัดแย้ง ทางอาวุธ สถานการณ์ฉุกเฉินทางมนุษยธรรม ภัยพิบัติที่เกิดจาก ธรรมชาติและจากมนุษย์ คนพิการที่เป็นเหยื่อกับระเบิด คนพิการ ที่ไม่มีสถานภาพทางกฎหมาย คนพิการที่เป็นเหยื่อจากความ รุนแรงภายในบ้าน โดยเฉพาะเด็กและสตรี คนพิการที่ครอบครัว ทำหน้าที่เป็นตัวแทน รวมทั้งคนพิการที่เป็นคนชายขอบซึ่งอาศัย อยู่ในชุมชนแออัด ชนบทที่ห่างไกล และตามเกาะต่างๆ

(เอ็ม) องค์กรของคนพิการและองค์กรเพื่อคนพิการ กลุ่มช่วยเหลือ ตนเองและกลุ่มพิทักษ์สิทธิของตนเอง ด้วยความช่วยเหลือ ตามที่ต้องการจากครอบครัวและผู้ดูแล สามารถมีส่วนร่วม ในการตัดสินใจตามความเหมาะสม เพื่อให้แน่ใจว่าประโยชน์ ของกลุ่มคนชายขอบได้รับการดูแลอย่างเพียงพอ

(เอ็น) กิจกรรมเกี่ยวกับการเพิ่มความตระหนักรู้ได้รับการสนับสนุน และดำเนินการอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยผ่านทางการสนับสนุนด้านงบประมาณที่พอเพียงในเอเชีย และแปซิฟิกในช่วงของทศวรรษคนพิการ เพื่อปรับปรุงทัศนคติ และพฤติกรรม และเพื่อใช้ประโยชน์จากการรวมตัวกันของ องค์กรในระดับพหุภาคีที่มีประสิทธิผล เพื่อการดำเนินการ ตามทศวรรษคนพิการ

 

ซี เป‡าประสงคและเป‡าหมายของ ยุทธศาสตรอินชอน

ยุทธศาสตร์อินชอนประกอบด้วย 10 เป้าประสงค์ 27 เป้าหมาย และ 62 ตัวชี้วัด

กรอบเวลาในการที่จะบรรลุเป้าประสงค์และเป้าหมายก็คือ ทศวรรษ คนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก พ.ศ. 2556 - 2565

เป้าประสงค์ บ่งบอกถึงการบรรลุผลสัมฤทธิ์ เป้าหมาย คือ สิ่งที่มุ่งหวังว่า ต้องบรรลุภายในกรอบเวลาที่กำหนด ตัวชี้วัด เป็นตัววัดความก้าวหน้า ในการที่จะบรรลุเป้าหมาย และเป็นข้อบ่งชี้ว่าได้มีการบรรลุเป้าหมาย เหล่านั้นแล้ว โดยตัวชี้วัดแบ่งเป็นสองประเภท ได้แก่ ตัวชี้วัดหลักและ ตัวชี้วัดเสริม [13] และหากเป็นไปได้ตัวชี้วัดทั้งหมด ควรจำแนกตามเพศด้วย

------------
11 ที่ประชุมใหญ่สมัยสามัญ มติที่ 61/106 ภาคผนวก I

12 เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ประกอบด้วย 8 เป้าประสงค์ 21 เป้าหมาย และ 60 ตัวชี้วัด

13 ตัวชี้วัดหลัก จะช่วยให้ประเทศต่างๆ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับความก้าวหน้าของทศวรรษฯ ขอ้ มูลของตัวชี้วัดหลักเปน็ ขอ้ มูลที่หาไดโ้ ดยไมล่ ำบากนัก ตัวชี้วัดเสริม สามารถนำมาใชใ้ นการเปรียบเทียบ หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศที่มีลักษณะการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมที่คล้ายกัน ข้อมูล ของตัวชี้วัดเหล่านี้เป็นข้อมูลที่หาได้ยากกว่า